การถ่ายภาพสามมิติมีประวัติอันยาวนาน ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2503 เมื่อมีการประดิษฐ์เลเซอร์ตัวแรกขึ้นมาได้มีการผลิตผลงานหลายชิ้นที่เกี่ยวพันกับโฮโลมึงรมเลเซอร์ สำหรับเทคโนโลยีดิจิทัลอะที่นาล็อกเหล่านี้แล้วก็การพัฒนาแนวทางการถ่ายรูปสามมิติแบบโฮโลแกรมให้เป็นต้นแบบดิจิทัลให้ใช้พลังงานสำหรับในการประมวลผลที่มีมากกว่า 10 เฟรมต่อวินาทีและก็จะต้องใช้ ล้านล้านพิกเซลต่อเฟรม ด้วยเหตุผลดังกล่าวการพัฒนาอุปกรณ์เช่นเดียวกับการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สอดคล้องต้องกันแสดงถึงความท้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักวิจัยในสาขานี้

ยิ่งไปกว่านี้สำหรับในการสร้างวัตถุ 3D จากข้อมูลสองมิติ (2D) ข้อมูลจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงสาเหตุหลายแบบรวมทั้งภาพคู่ขนาน parallax การเคลื่อนไหวการปรับมุมการปรับจุดโฟกัสรวมทั้งการประมาณขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของมนุษย์ ในขณะนี้ทีวี 3D ทั่วไปใช้ทีวีคู่สำหรับภาพสามมิติ แม้กระนั้นเด็กไม่อาจจะใช้เทคโนโลยีนี้ได้เพราะว่ามีความสามารถสำหรับในการทำความเสียหายต่อร่างกายการเสี่ยงที่เกี่ยวกับความต่างระหว่างระยะทางที่สมองรับรู้และก็สิ่งที่ มุ่งเน้นที่ดวงตา นักวิจัยจำนวนไม่ใช่น้อยในหลายประเทศทั้งโลกรวมทั้ง Ito ในประเทศญี่ปุ่นได้ลงทุนสำหรับเพื่อการถ่ายภาพสามมิติแบบวิดีโอซึ่งอาจจะทำให้คนจำนวนไม่น้อยขึ้นสามารถเพลิดเพลินไปกับโทรทัศน์ 3D ได้โดยสวัสดิภาพ

Ito 
ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์และก็นักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ได้เริ่มดำเนินงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่วางแบบมาเป็นพิเศษสำหรับในการถ่ายรูปสามมิติเรียกว่า HORN ในปี 1992 HORN-8 ซึ่งใช้วิธีการคำนวณที่เรียกว่า “amplitude type” เพื่อปรับความเข้มของสนามแม่เหล็กได้รับการเชิดชูว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกในการถ่ายรูปสามมิติสำหรับเพื่อการเผยแพร่ในนิตยสารวิทยาศาสตร์นานาประเทศ Nature Electronics ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

ได้มีการใช้ขั้นตอนการคำนวณสำหรับปรับเฟสของแสงและก็นักค้นคว้าไปถึงเป้าหมายสำหรับในการฉายข้อมูลภาพสามมิติเป็นวิดีโอ 3D ด้วยภาพที่มีคุณภาพสูง งานศึกษาเรียนรู้นี้พิมพ์ใน Optics Express ตอนวันที่ 28 ก.ย. 2018

พวกเรากำลังพัฒนาคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงสำหรับเพื่อการพินิจพิจารณาภาพโฮโลแกรมแบบ 3D โดยการนำความรู้ด้านวิศวกรรมข้อมูลรวมทั้งเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้าแล้วก็อิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งการเรียนข้อมูลเชิงลึกจากวิทยาการคอมพิวเตอร์แล้วก็กรรมวิธีการทางแสงสว่าง” อิโตะกล่าว นี่มีเหตุที่เกิดจากหนทางสหวิทยาการสำหรับในการศึกษาค้นคว้าของเราที่ได้ดำเนินงานมานานกว่า 25 ปีด้วยความเพียรพยายามที่น่าชมของนักเรียนของเราที่กำลังเรียนอยู่ที่ห้องแลปของเรา

Takashi Nishitsuji 
สมัยก่อนนักศึกษาของห้องแลปของ Ito และก็ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเมืองโตเกียวเมโทรโพลิแทนซึ่งเป็นหัวหน้าการทดลองกล่าวว่า “HORN-8 เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากความคิดทักษะรวมทั้งความบากบั่นของผู้คนจำนวนมากพวกเราอยากได้ปฏิบัติการวิจัย HORN และ ลองใช้กระบวนการอื่นๆจากมุมมองที่นานาประการสำหรับการใช้งานจริง 

ในรูปเฟสใหม่ปัจจุบันของ HORN-8 จะมีการติดตั้งชิพแปดตัวบนบอร์ด FPGA (Field Programmable Gate Array) ซึ่งช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวดสำหรับความเร็วสำหรับการประมวลผลโดยใช้กรรมวิธีคำนวณโดยทำให้ชิปไม่อาจจะติดต่อและทำการสื่อสารกันได้ ด้วยแนวทางนี้ HORN-8 จะเพิ่มความเร็วสำหรับในการคำนวณตามรูปทรงของจำนวนชิปเพื่อสามารถทำโครงร่างวิดีโอได้แจ้งชัดขึ้น

Facebook Comments